Large Rainbow Pointer

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

จรรยาบรรของผู้ใช้คอมพิวเตอร์


ความหมายของจรรยาบรรณวิชาชีพ

จรรยาบรรณกับจริยธรรม มีความหมายใกล้เคียงกันมาก ทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่าส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน จึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษาวิเคราะห์ว่ามีความหมายต่างกันหรือเหมือนกันอย่างไร และแต่ละอาชีพมีจรรยาบรรณกำหนดไว้อย่างไร
ความหมายของจรรยาบรรณ หมายถึง กรอบ ข้อยึดถือ หรือข้อบังคับอันเป็นความประพฤติที่ดีที่มีต่ออาชีพหนึ่งๆ โดยจรรยาบรรณจะกล่าวถึงสิ่งที่พึงปฏิบัติในสาขาวิชาชีพนั้นๆ จรรยาบรรณจะเน้นการทำความดีเฉพาะแต่ละวิชาชีพ เป็นข้อบังคับให้คนในวิชาชีพนั้นๆ ปฏิบัติตาม แตกต่างจากจริยธรรมที่ไม่ใช่ข้อบังคับ แต่เป็นความดีงามที่เกิดขึ้นตั้งแต่จิตใจที่ส่งไปยังความประพฤติปฏิบัติ
ความหมายของจรรยาบรรณวิชาชีพ นักวิชาการให้ความสำคัญของจรรยาบรรณไว้คล้ายคลึงกัน อาจสรุปได้ดังนี้
  1. จรรยาบรรณช่วยควบคุมมาตรฐานการประกอบอาชีพให้อยู่ในระดับคุณธรรมที่ถูกต้องเหมาะสม
  2. จรรยาบรรณเป็นเครื่องมือช่วยควบคุมและส่งเสริมจริยธรรมของผู้ประกอบอาชีพได้ดี
  3. จรรยาบรรณเป็นเครื่องมือช่วยควบคุมและส่งเสริมภาพพจน์ของผู้ประกอบอาชีพ ให้มีภาพพจน์ที่ดีน่าเชื่อถือ มีเกียรติและศักดิ์ศรี
  4. จรรยาบรรณช่วยลดปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง การคดโกง และการเอารัดเอาเปรียบสังคม หรือผู้อ่อนแอกว่า
  5. จรรยาบรรณช่วยทำหน้าที่พิทักษ์สิทธิตามกฎหมายของผู้บริโภคที่ใช้สินค้า หรือบริการของอาชีพนั้นๆ ได้ระดับหนึ่งที่กฎหมายครอบคลุมไปไม่ถึง



 จรรยาบรรณกับงานพคอมพิวเตอร์

ผู้ใช้คอมพิวเตอร์และผู้ที่เกี่ยวข้องในงานคอมพิวเตอร์ ควรมีความรับผิดชอบกับสารสนเทศที่ดำเนินการอยู่ดังนี้
  1. ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ควรรักษามาตรฐานสูงสุดในการทำงาน
  2. หลีกเลี่ยงการสร้างความสับสนใจการใช้งาน
  3. ไมทำให้นายจ้างหรือผู้บังคับบัญชาขาดความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี
  4. ศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาเทคนิค
  5. ไม่ลดเนื้อหาของสารสนเทศในการนำเสนอต่อสาธารณะ
  6. ใช้สารสนเทศด้วยความยุติธรรม
  7. ไม่หลีกเลี่ยงกฎหรือสิทธิส่วนบุคคล
  8. ดำเนินการตามกฎหมาย
  9. ตัดทอนระบบเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
  10. ทำให้เต็มความสามารถ
จรรยาบรรณแฮกเกอร์ คำว่า แฮกเกอร์นั้นถูกใช้คำแรกเมื่อประมาณ 35 ปีที่แล้ว โดยกลุ่มวิศวกรและโปรแกรมเมอร์ที่ร่วมกันคิดค้นเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและเครือข่ายอินเทอเน็ตขึ้น โดยเรียกตัวเองว่า แฮกเกอร์ และมีหลักการชัดหนนึ่งที่ยึดถือร่วมกัน แล้วเรียกหลักการเหล่านี้ว่า “จรรยาบรรณของแฮกเกอร์” คือ
  1. คอมพิวเตอร์เป็นทรัพย์สินสาธารณะที่ทุกคนสามารถใช้ได้ แก้ไข ปรับปรุง และทดลองได้
  2. ข้อมูลความรู้เป็นของสาธารณะไม่ใช่ของส่วนบุคคล
  3. ไม่ไว้วางใจผู้มีอำนาจ ส่งเสริมการกระจายอำนาจ
  4. แฮกเกอร์ต้องถูกตัดสินจากความสามารถของเขา ไม่ใช่ด้วยวุฒิการศึกษา วัยวุฒิ ตำแหน่ง หรือเชื้อชาติ
  5. ทุกคนล้วนมีสิทธิในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามด้วยคอมพิวเตอร์
  6. คอมพิวเตอร์สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นได้


 สังคมออนไลน์

ในปัจจุบันในยุคที่สามารถเรียกได้วาเป็นยุคของการสื่อสารไร้พรมแดน การใช้อินเทอร์เน็ตมีเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้มีเว็บไซต์ในลักษณะ Social Networking Service (SNS) ออกมามากมาย ซึ่งเป็นการบริการผ่านเว็บไซต์ที่เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างบุคคลที่มีเครือข่ายสังคมของตนเองผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตรวมทั้งเชื่อมโยงการบริการต่างๆ เช่น อีเมล์ แมสเซ็นเจอร์ เว็บบอร์ด บล็อก เข้าด้วยกัน ตั้งแต่ My Space, Facebook, Bebo, Linkedln, Multiply และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดจะมีส่วนที่คล้ายกันคือ การแอดเพื่อน ตามหลักการ Friend-Of-A-Friend (FOAE) โดยปกติแล้วสิ่งที่ SNS ให้บริการพื้นฐานคือ การให้ผู้สนใจสร้าง profile ลงในเว็บ บางทีอาจจะอนุญาตให้อัพโหลดไฟล์แบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาพ เสียงหรือคลิปวีดีโอ จากนั้นจะมีเรื่องของการ comment มี Personal Massage ให้คุยส่วนตัวกับเพื่อ่นบางคนอีกด้วย
ผลกระทบทางบวกของ SNS เป็นบริการออนไลน์ที่มีประโยชน์ต่อชีวิตมนุษย์หลายด้าน ดังนี้
  1.           ด้านสังคม   เป็นการเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน SNS รายใหญ่อย่าง Hi5 มีสมาชิกอยู่เกือบ 100 ล้าน account ทั่วโลก บางคนมี “เพื่อน” เป็นหลักแสนอยู่ในไซเบอร์สเปซ  SNS ทำให้คนมีตัวตนอยู่ได้บนไซเบอร์สเปซ เพราะจะต้องแสดงความเป็นตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด เพื่อทำให้ Profile น่าสนใจ และมีชีวิตชีวาที่สุด บ้างก็เน้นไปที่ลูกเล่นใส่ glitter หรือตัววิ๊ง ๆ เข้าไป สุดท้ายทำให้เชื่อได้ประมาณหนึ่งว่า มีตัวตนอยู่จริงบนโลกมนุษย์
  2.          ด้านการตลาด  จากสถิติการใช้สื่อโฆษณาของอเมริกาที่จัดทำขึ้นโดย eMarketer ได้มีการใช้เงินโฆษณา ผ่าน Social network เพิ่มมากขึ้นกว่า 100% จากปี 2006 เทียบกับ ปี 2007 และมีแนวโน้มที่จะใช้มากขึ้นต่อไปในอนาคต เนื่องจาก ชาวอเมริกันใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับอินเตอร์เน็ตมากกว่าโทรทัศน์ หรือวิทยุ ส่วนในบางประเทศที่ถูกควบคุม และจำกัดในการโฆษณา เช่น ประเทศจีน และสิงคโปร์ ก็ยังมีการใช้ Social network เป็นอีกช่องทางในการโฆษณา ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยัน ความฮอตฮิต และความแรงของการโฆษณาบน Social Network   การใช้เงินกับสื่อประเภทนี้ยังคงมีการเติบโตที่สูงมาก ซึ่งจากที่คาดการณ์ตัวเลขของปี 2006 จนถึงปี 2010 จะสูงขึ้นมากกว่า 500% ในประเทศสหรัฐอเมริกา และกว่า 600% ทั่วโลก นั่นเป็นผลมาจากเครือข่ายที่ขยายวงกว้างมากขึ้น และวิวัฒนาการของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทันสมัยและน่าสนใจ
  3.        ด้านการเมือง  สำหรบการใช้สื่อสมัยใหม่ในแข่งขันการเลือกตั้งที่มีส่วนทำให้โอบามา ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 44   ซึ่ง Micah Sifry ผู้ร่วมก่อตั้งบล็อกการเมืองออนไลน์ของสหรัฐฯนาม techpresident.com พูดถึงเรื่องนี้ว่า ทั้งหมดเป็นผลมาจากโอบามามีความเข้าใจเรื่องพลังแห่งเครือข่าย ที่เขาสร้างมาเพื่อสนับสนุนแคมเปญของตัวเอง โดยมองว่า โอบามาเข้าใจเรื่องการดึงพลังขององค์กรอิสระที่จะสามารถสนับสนุนแคมเปญของ เขาเองด้วย  นอกจากนี้ David Almacy  ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมให้บริการอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายใน ทำเนียบขาวตั้งแต่เดือนมีนาคม 2005 ถึงเดือนพฤษภาคม ปี 2007 มองว่า โอบามาเข้าใจแนวคิดการสื่อสารระหว่างชุมชนออนไลน์ตั้งแต่แรกเริ่ม ทำให้โอบามาเน้นการส่งข้อความ Twitter แทนที่จะตรวจหน้า  Facebook  อย่างเดียวทุกวัน และในความเข้าเรื่องนี้ทำให้โอบามาทำคะแนนได้ดีกว่าคู่แข่งที่มีกลยุทธ์การหาเสียงออนไลน์แบบเดียวกัน
ผลกระทบทางลบของบริการ SNS ก็เป็นบริการออนไลน์ที่ส่งผลต่อชีวิตทางลบมนุษย์ได้เหมือนกัน  ดังนี้
  1.       เสียเวลาในการใช้งาน เสียเวลาในการใช้งาน SNS มากเกินไป  อีกทั้งยังเล่นคล้าย ๆ กัน  ทำให้ไม่ต้องทำอย่างอื่น ท้ายที่สุดก็ไม่รู้จักใครเพิ่มขึ้นเลยสักคน เพราะความสัมพันธ์ประเภทนี้เป็นไปอย่างฉาบฉวย ขาดการสื่อสารระหว่างบุคคลแบบเผชิญหน้ากัน  ไม่ได้ต้องการรู้จักกันอย่างแท้จริง ซึ่งบางคนก็ไม่เคยเห็นหน้าจริงๆ เพราะจะใส่ภาพดาราบ้าง การ์ตูนบ้าง ซึ่งไม่ใช่หน้าจริงของตนเอง
  2.       การตกเป็นเหยื่อทางการตลาด นักการตลาดยุคใหม่เริ่มมองเห็นอิทธิพลของเครือข่ายทางสังคมแบบนี้ จึงพยายามมองว่าจะเข้าแทรกซึมถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างไร สินค้าบางตัวนั้นทำตัวแทรกซึมไปใน SNS ต่างๆ อย่างใน Facebook ที่มีคนไทยอยู่นับล้าน  ทำให้มีการบอกต่อกันไปอย่างกว้างขวาง
  3.      การกระทำที่ไม่มีประโยชน์ ในการที่ต้องทำอะไรเดิม ๆ ซ้ำหลาย ๆ ครั้ง ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรเลย ถึงแม้ว่าความหมายของ SNS คือการเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน ให้มีการปฏิสัมพันธ์กัน แต่ก็ยังเป็นไปในรูปแบบเดิมซ้ำซากจำเจ
     จริยธรรมวิชาชีพคอมพิวเตอร์  
        
               ลินดา เฮอร์นดอน (Linda Herndon) Linda Herndon : Herndon : Computer Ethics, Netiquette, and Other Concerns ได้กล่าวถึงบัญญัติสิบประการของการใช้คอมพิวเตอร์ไว้ดังนี้

        1. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายผู้อื่น
        2. ไม่รบกวนจนงานคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น
        3. ไม่แอบดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
        4. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อลักขโมย
        5. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเป็นพยานเท็จ
        6. ไม่ใช้หรือทำสำเนาซอฟต์แวร์ที่ตนไม่ได้ซื้อสิทธิ์
        7. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยไม่มีอำนาจหน้าที่
        8. ไม่ฉวยเอาทรัพย์ทางปัญญาของผู้อื่นมาเป็นของตน
        9. คิดถึงผลต่อเนื่องทางสังคมของโปรแกรมที่เขียน
        10. ใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่แสดงถึงความใคร่ครวญและเคารพ


จริยธรรมในการใช้   E-mail,Webboard

        1. ไม่โฆษณาหรือเสนอขายสินค้า
        2. รู้ตัวว่ากำลังกล่าวอะไร
        3. ถ้าไม่เห็นด้วยกับหลักพื้นฐานของรายชื่อกลุ่มที่ตนเป็นสมาชิก ก็ควรออกจากกลุ่มไม่ควรโต้แย้ง
        4. คิดก่อนเขียน
        5. อย่าใช้อารมณ์
        6. พยายามอ่านคำถามที่ถามบ่อย (FAQ) ก่อนเสมอ
        7. ไม่ส่งข่าวสารที่กล่าวร้าย หลอกลวง หยาบคาย ข่มขู่
        8. ไม่ส่งต่อจดหมายลูกโซ่ หรือเมล์ขยะ
        9. ถ้าสงสัยไม่ทำดีกว่า
       10. รู้ไว้ด้วยว่าสำหรับผู้เขียน คือ บันทึกฉันท์เพื่อน แต่สำหรับผู้รับ คือ ข้อความที่จารึกไว้บนศิลาจารึก
       11. ให้ความระมัดระวังกับคำเสียดสี และอารมณ์ขัน
       12. อ่านข้อความในอีเมล์ ให้ละเอียดก่อนส่ง ความประณีตและตัวสะกด การันต์ เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง
       13. ดูรายชื่อผู้รับให้ดีว่า เขาคือคนที่เราตั้งใจจะส่งไปถึง

บัญญัติ 10 ประการของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ 

                1. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายผู้อื่น 
                2. ไม่รบกวนจนงานคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น 
                3. ไม่แอบดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น 
                4. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อลักขโมย 
                5. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเป็นพยานเท็จ 
                6. ไม่ใช้หรือทำสำเนาซอฟต์แวร์ที่ตนไม่ได้ซื้อสิทธิ์ 
                7. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยไม่มีอำนาจหน้าที่ 
                8. ไม่ฉวยเอาทรัพย์ทางปัญญาของผู้อื่นมาเป็นของตน 
                9. คิดถึงผลต่อเนื่องทางสังคมของโปรแกรมที่เขียน 
               10. ใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่แสดงถึงความใคร่ครวญและเคารพ จรรยาวิชาชีพ ของสมาชิกสมาคมเครื่องจักรกลคอมพิวเตอร์




                                                                                           CR.https://sites.google.com/site/spwkrutik/crrya-brrn-ni-kar-chi-khxmphiwtexr

2 ความคิดเห็น: