
 | |
ธนาคารสินเอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือในชื่อเดิมคือ บริษัทเงินทุน สินเอเชีย จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2512 เป็นบริษัทเงินทุนที่สามารถให้บริการทางการเงินครบวงจร เคยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก TRIS ไว้ที่ AA- ในปี 2538 ได้รับรางวัล Small But Cool จากธนาคารแห่งประเทศไทย ในปี 2548 เนื่องจากเป็นสถาบันการเงินขนาดเล็กที่สามารถจัดส่งข้อมูลได้ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ ภายใต้เงื่อนไข อันสลับซับซ้อน รวมทั้งจัดทำส่งได้รวดเร็วก่อนเวลาที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดไว้ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน และล่าสุดได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ (Universal Banking) จากกระทรวงการคลัง โดยเริ่มดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2548 มุ่งเน้นการเป็นธนาคารที่ให้บริการครบวงจรแก่ผู้ประกอบการ ซึ่งลูกค้าธนาคารจะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ SME จนถึงธุรกิจขนาดใหญ่
ปัจจุบันธนาคารมีสาขาทั่วประเทศ 16 สาขา นับรวมสำนักงานใหญ่ มีพนักงานรวมทั้งสิ้นประมาณ 500 คน ที่ทำงานอยู่บนระบบไอทีของธนาคาร ภายใต้การดูแลของฝ่ายไอที หรือที่เรียกกันโดยย่อว่า IT Division (Information Technology Division) โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ งานด้าน Development, งานด้าน IT Service management และ IT Security
ในส่วนของงาน Development นั้น ทางทีมเน้นพัฒนาระบบ Core Banking และเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการใช้เว็บเซอร์วิส และเว็บพอร์ทัล เพื่อให้ทางธนาคารมีเครื่องมือ เพื่อใช้ในการแข่งขันและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น โดยในปีที่ผ่านมา มีจำนวนโครงการที่ต้องพัฒนาหลายโครงการทีเดียว ซึ่งทางทีมพัฒนาจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญของแต่ละโครงการ โดยพิจารณาจากปัจจัยด้าน Regulatory Compliance, Improve Customer Service และ Internal Efficiency เป็นต้น แล้วจึงลงมือพัฒนาตามกรอบ SDLC (Software Development Life Cycle) |
|
|
|
 | |
ด้วยจำนวนโครงการที่ต้องพัฒนาต่อปีซึ่งมีจำนวนมาก ประกอบกับการพัฒนาระบบอย่างเป็นขั้นตอนนั้น มีหลายกระบวนการที่ต้องใช้เวลานาน โดยเฉลี่ยแล้ว โครงการขนาดกลางถึงใหญ่จะใช้เวลา 1-3 เดือน ทำให้ไม่สามารถพัฒนาได้ครบทุกโครงการ จำเป็นต้องเลื่อนโครงการบางส่วนไปในปีถัดไป
และในจำนวนโครงการทั้งหมดนั้น ก็มีโครงการที่ทางทีมงานคิดว่า ควรจะปรับเปลี่ยนไปใช้กระบวนการแบบอื่นแทน เพื่อจะได้ลดเวลาในการพัฒนาลง เช่น การออกจดหมาย Letter of Credit Notification เดิมก็พัฒนาโดยทีมโปรแกรมเมอร์ ซึ่งหากจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ก็จะต้องใช้เวลานาน เนื่องจากต้องเข้าสู่กระบวนการ SDLC แต่หากสามารถทำให้พนักงานที่เป็นผู้ใช้ สามารถเปลี่ยนแปลง หรือตกแต่งได้เอง ก็จะช่วยให้การตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ารวดเร็วขึ้น
นอกจากนี้ ทางทีมพัฒนายังเห็นว่า แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่พัฒนาในอดีตที่ผ่านมา ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการในระดับองค์กรได้ (Enterprise Solution) ดังนั้นทางธนาคารจึงเริ่มพัฒนาระบบงานใหม่บนพอร์ทัลซึ่งช่วยให้เกิดการทำงานที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ Enterprise Content Management จะช่วยตอบโจทย์ในหลายส่วน เช่น การจัดการคอนเทนต์เพื่อให้ข้อมูลใกล้ตัวผู้ใช้ที่สุด การใช้เวิร์กโฟลว์ทำให้เกิดการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ได้ดีขึ้น, ใช้ในการบริหารจัดการเอกสาร และบันทึก หรือ เรคอร์ดต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการทางธุรกิจทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Document / Record Management) ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนถึงขั้นตอนการเผยแพร่ข้อมูล (Publishing Management) ในรูปของ Dashboard ให้ผู้ใช้นำไปใช้งาน เป็นต้น
|
|
|
|
เนื้อหาเยอะมาก แต่เสียดายตัวอักษรเล็กไปนิดหนึ่ง
ตอบลบก็สวยดีครับ เเต่เนือหาน้อยไปนิดหนึง
ตอบลบเนื้อหาหน้าสนใจมากค้ะ อยากลืมมาเมินให้เราด้วยน่ะ
ตอบลบเนื้อหาโอเคเพลงมันส์
ตอบลบดีครับ
ตอบลบ